การบริหารจัดการงานประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิผลเพื่อการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษา

โพสต์7 ม.ค. 2562 22:20โดยนางสาวจินตนา สุขสมแดน   [ อัปเดต 7 ม.ค. 2562 22:28 ]
การบริหารจัดการงานประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิผล เพื่อการพัฒนางานประกันคุณภาพการศึกษา 


“ทำทุกวัน ทำทุกคน ไม่ใช่ภาระ แต่คือหน้าที่” 

ชลณา ม่วงหวาน
ศึกษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 2

สถานศึกษามีหน้าที่ดำเนินงานประกันคุณภาพภายใน ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่กำหนดไว้ในหมวดที่ 6 มาตราที่ 47 และดำเนินการตามกฎกระทรวงกำหนด เพื่อให้มีมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้รับบริการ ในการยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยบริหารจัดการตามมาตรฐานที่กำหนด ให้มีคุณภาพการศึกษาที่ใกล้เคียงกับสถานศึกษาอื่นๆ เพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษา และรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก การประกันคุณภาพภายในจึงเป็นการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างมีความสุข ครูผู้สอนมีคุณภาพ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบบการบริหารจัดการมีคุณภาพ ประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดประสิทธิผล สร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคคลภายนอก ให้มีความมั่นใจในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในสถานศึกษา รวมทั้งสถานศึกษามีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เป็นที่ยอมรับของชุมชนและสังคม สถานศึกษาควรดำเนินการตามขั้นตอนระบบงานประกันคุณภาพเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ ประเมินผล โดยมีคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้แทนองค์กรในชุมชน ผู้นำชุมชน เครือข่ายผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ทำให้เกิดความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยนำมาตรฐานการศึกษามาจัดทำกรอบการดำเนินงานและปฏิบัติตามกรอบที่วางไว้ ทำให้การดำเนินงานเป็นระบบ มีการประชุมเพื่อร่วมรับฟังผลการปฏิบัติงาน และร่วมแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนา พร้อมทั้งนำประสบการณ์เดิมมาพิจารณาหรือทบทวนการดำเนินงาน ช่วยให้ลดปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ควรมีการประสานหน่วยงานต้นสังกัด ให้ส่งเสริมสนับสนุน ช่วยเหลือ แนะนำ ติดตาม ตรวจสอบผลการดำเนินงานแบบกัลยาณมิตร เพื่อให้ทราบจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และข้อเสนอแนะ แนวทางในการดำเนินงานเพื่อการปรับปรุง พัฒนา เตรียมพร้อมรับการประเมินภายนอกต่อไป

การดำเนินงานระบบประกันคุณภาพภายในที่ประสบความสำเร็จ ควรดำเนินการโดยใช้กระบวนการ PDCA เพราะเป็นกระบวนการปฏิบัติที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดการดำเนินงาน และมีความต่อเนื่อง โดยในแต่ละขั้นตอนควรมีกระบวนการ PLC เข้ามาช่วยในการหาแนวทางปฏิบัติหรือแก้ปัญหา เพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะทำให้ได้รับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางปฏิบัติที่ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ต้องยึดหลัก ธรรมาภิบาล เพราะเป็นหลักการที่เหมาะสมกับการบริหารในปัจจุบัน รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการ เพราะทำให้สะดวกรวดเร็วในการบริหาร และการดำเนินงาน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จ คือ การบริหารจัดการของผู้บริหาร โดยผู้บริหารและครู ร่วมกันวางแผนปฏิบัติงานของสถานศึกษาการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากครูมีความร่วมมือกัน ช่วยกันคิด วางแผน ปฏิบัติ และยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน โดยไม่มีความขัดแย้งในองค์กร ที่สำคัญคือครูมีความรับผิดชอบ มีจิตวิญญาณของความเป็นครู รู้หน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ และหน่วยงานต้นสังกัด ควรให้ความช่วยเหลือ แนะนำ เพื่อการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป


Comments