ครูจะช่วยดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้อย่างไร

โพสต์7 ม.ค. 2562 22:15โดยนางสาวจินตนา สุขสมแดน   [ อัปเดต 7 ม.ค. 2562 22:29 ]
ครูจะช่วยดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้อย่างไร

คณาพร ปิ่นกุมภีร์
ศึกษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 2

เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 2 - 6 ปี เด็กปฐมวัยจัดอยู่ในระยะวัยทองของชีวิต โดยเฉพาะ 3 ปีแรก เป็นจังหวะทองของการสร้างเสริมพัฒนาการเด็ก เป็นการวางรากฐานของการพัฒนาความเจริญเติบโตทุกด้านโดยเฉพาะทางด้านสมอง เพราะสมองเติบโตและพัฒนาเร็วที่สุด ดังนั้นการอบรมเลี้ยงดูในช่วงระยะนี้มีผลต่อคุณภาพของคนตลอดชีวิต เด็กในช่วงวัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการเริ่มต้นพัฒนาการให้มีการเรียนรู้ ขบวนการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเกิดการเรียนรู้ คือ การเจริญเติบโต และพัฒนาการ ซึ่งถือเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้เพื่อให้เด็กมีความเจริญเติบโต ทั้งทางด้านร่างกาย ด้านจิตใจ-อารมณ์ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา ในการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ได้มีนักวิชาการหลายๆท่านกำหนดแนวทาง และวิธีการพัฒนาบนพื้นฐานของพัฒนาการทางสมองของเด็กในแต่ละช่วงวัย เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ ฉะนั้นการส่งเสริมความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกับทุกคนและทุกครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดูเด็กช่วงวัยนี้ก็คือ “ครู”

“ครู”เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความสำคัญในการช่วยเหลือ ดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ถึงแม้ว่าสถาบันหลักที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย คือ ครอบครัวก็ตาม แต่เนื่องจากในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่เด็กอยู่กับครู ครูจึงจำเป็นที่จะต้องช่วยดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามหลักวิชาการและให้สอดคล้องกับพัฒนาการในทุกๆด้าน ให้เด็กได้มีความพร้อมในการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ควรส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านไปพร้อมๆกันเพราะพัฒนาการแต่ละด้านมีความเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กัน รวมทั้งส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน พัฒนาการด้านร่างกาย : เด็กสามารถบังคับกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น เด็กชอบปีนป่าย ชอบเตะบอล ชอบเล่นในสนาม สามารถขี่จักรยานสามล้อได้ ดังนั้นการจัดสถานที่ให้ถูกสุขลักษณะให้เด็กได้พักผ่อนเต็มที่ มีสนามหญ้า สนามเด็กเล่นหาเครื่องเล่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ เพราะการเล่น และการออกกำลังกายมีความสำคัญในการส่งเสริมให้เด็กแต่ละวัยเกิดการเรียนรู้ มีความสนุกสนาน ได้สำรวจค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้แสดงออกโดยเลียนแบบท่าทางต่างๆ เด็กสามารถเล่นและออกกำลังกายไปด้วยในขณะเดียวกัน หากเห็นว่าเด็กร่าเริงแจ่มใส แสดงว่า การเล่น และออกกำลังกาย เป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านจิตใจ - อารมณ์ ของเด็กอยู่ในระดับพอดี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งเพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กเรียนรู้เรื่องต่างๆมากที่สุดในชีวิต เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นไรในอนาคต ครูควรสร้างความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง รู้จักกินเป็น ดูเป็น ฟังเป็น บริโภคเป็น มีจิตใจที่ดีงาม มีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม พร้อมที่จะออกสู่สังคม ซึ่งเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมให้เข้มแข็ง เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ดีขึ้น เรียนรู้ที่จะปฏิบัติตัว เพื่อให้สังคมยอมรับ ทำตัวให้เข้ากลุ่มได้ รู้จักให้ รับ รู้จักผ่อนปรน รู้จักแบ่งปัน รู้จักเสียสละมีจิตสาธารณะช่วยเหลือสังคม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้จากคำสอน คำอธิบายและการกระทำแบบอย่างที่ดีจากผู้ใหญ่ เพิ่มความรู้นอกห้องเรียนให้เด็กได้รู้จักสังคมภายนอกบ้างให้วิชาความรู้ในการดำรงชีวิตประจำวันทั่วไปตามสมควร เมื่อเด็กมีความพร้อมและเข้มแข็งในทุกด้านแล้ว ก็เป็นโอกาสทองที่ครูจะนำวิชาความรู้เข้าไปปลูกเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาให้กับเด็ก

สรุปว่า “ครู” เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการ ผ่านกิจกรรมการจัดประสบการณ์ ตามแนวคิดของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560

Comments