ทำอย่างไรให้เด็กอยากอ่านหนังสือ

โพสต์24 ก.ค. 2559 02:23โดยนางสาวจินตนา สุขสมแดน   [ อัปเดต 24 ก.ค. 2559 02:38 ]
ทำอย่างไรให้เด็กอยากอ่านหนังสือ


จันทนา ผ่องใส
 ศึกษานิเทศก์ สพป.กาญจนบุรี เขต 2

มีคนถาม อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ว่า “ถ้าอยากให้เด็กโตขึ้นเป็นคนเก่งควรทำอย่างไร” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ แนะนำว่า “ให้อ่านหนังสือให้เด็กฟัง”

คนถามคนเดิมถามซ้ำอีกว่า “ถ้าอยากให้เก่งแบบ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ล่ะจะต้องทำอย่างไร” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ก็ตอบอีกว่า “ก็ให้อ่านหนังสือให้ฟังเยอะๆ”

จากคำตอบของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ คุณหมออุดม เพชรสังหาร เขียนในบทความ การอ่าน : การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ แนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกเป็นคนเก่ง มีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ สังคมและสติปัญญาที่ดีก็ให้อ่านหนังสือให้ลูกฟังบ่อยๆเพราะ ความสุขที่เกิดจากการนั่งบนตักแม่ภายในอ้อมกอดของแม่ฟังแม่อ่านหนังสือจะทำให้เด็กมีความสุขและประทับใจในการอ่านหนังสือ สุดท้ายก็จะเป็นคนรักการอ่านและการแสวงหาความรู้ไปตลอดชีวิต

จากการไปนิเทศด้านการอ่านการเขียนของนักเรียน พบว่ากิจกรรมที่คุณครูมักให้เด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ทำ คือเรียกมาอ่านหนังสือกับครู ซึ่งเด็กจะกลัวมากและเป็นปมด้อยให้เพื่อนล้อๆ เด็กจึงไม่ชอบการอ่านหนังสือ จึงอยากแนะนำให้คุณครูลองมาใช้กิจกรรม อ่านหนังสือให้เด็กฟังบ่อยๆบ้าง เพราะการอ่านหนังสือให้เด็กฟังจะเป็นการจุดประกายให้เด็กอยากรู้เรื่องต่างๆในหนังสือ เด็กจะสนใจฟังและมีความสุขสนุกสนานกับการได้ฟังครูอ่านเรื่องต่างๆเช่น บทร้องเล่น นิทาน เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ เรื่องทางวิทยาศาสตร์ หรือเรื่องจากจินตนาการ จะส่งผลให้เด็กอยากอ่านหนังสือได้เอง เด็กจะสนใจพยายามหยิบหนังสือมาเปิดอ่านภาพ และอ่านออกเสียงเลียนแบบจากสิ่งที่ได้ฟัง จึงเป็นโอกาสทองที่ครูจะได้สอนอ่านให้เด็กชอบฟัง อยากอ่าน และ อ่านออก

และเมื่อได้มาศึกษาเรื่องการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยที่สอดคล้องกับการพัฒนาการทางสมอง เกี่ยวกับกระบวนการเริ่มต้นในการสอนภาษา สำหรับเด็กเริ่มหัดอ่าน ซึ่งมีขั้นตอนในการสอนคือ

ขั้นที่1 อ่านให้ฟัง ครูจะใช้ภาษาเพื่อการอ่านและการฟังโดยอ่านบทร้องเล่น คำคล้องจอง นิทานให้เด็กฟัง เมื่อเด็กได้ฟังสิ่งที่สนุก เด็กจะพยายามจดจำ เพื่อร้องหรืออ่านตามซึ่งความสำคัญอยู่ที่ลีลาการอ่านของครูเพราะเด็กต้องการต้นแบบและจังหวะจะโคนที่ชัดเจนเด็กจะซึมซับโดยตรง เมื่อเด็กท่องคลอตามได้จึงค่อยให้เห็นภาพและตัวอักษร เด็กจะเกิดการรับรู้และเชื่อมโยงว่าเสียงที่เขาออกมาตรงกับคำไหน

ขั้นที่ 2 อ่านด้วนกัน คือเด็กอ่านร่วมกับครูเช่นอ่านคลอหรืออ่านตาม เพื่อสร้างความมั่นใจในการอ่านให้เด็ก ที่สำคัญคือเด็กได้เปล่งเสียงออกมาและจะได้ยินเสียงตัวเอง แล้วจึงให้อ่านเป็นกลุ่มใหญ่(6-8 คน)เพื่อให้ทุกคนกล้าอ่าน อ่านเป็นกลุ่มเล็กลง (3-4คน) เพื่อความมั่นใจว่าเด็กทุกคนได้อ่านออกเสียง อ่านคู่ เพื่อช่วยเหลือและตรวจสอบกันและกัน และ อ่านคู่กับครู เพื่อช่วยเหลือและตรวจสอบการออกเสียงของเด็ก

ขั้นที่ 3 การอ่านในใจและอ่านเองเงียบๆ เกิดหลังจากฟังครูอ่านและอ่านออกเสียงตาม โดยเด็กอาจเริ่มต้นอ่านเองเงียบๆ หรือจับคู่กันอ่านซึ่งเด็กจะช่วยเหลือกันเอง โดยเด็กจะสนใจอ่านเองจากหนังสือที่เขาคุ้นเคยมาก่อน เช่นได้ฟังครูอ่านแล้ว หรือเป็นหนังสือที่อ่านง่าย สั้น มีภาพประกอบ

การอ่านหนังสือให้เด็กฟังจึงเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาด้านการรับรู้ทางภาษาให้เด็ก นอกเหนือจากความสุข ความสนุก และกระตุ้นให้เด็กอยากอ่านหนังสือแล้ว เด็กจะรู้จักคำและมีคลังคำในสมองมาก ทำให้เด็กใช้ภาษาได้ดี จึงขอฝากคุณครูให้ช่วยอ่านหนังสือให้เด็กฟังบ่อยๆ (อ่านให้ฟังได้ทั้งเด็กเล็กและเด็กโต) โรงเรียนของเราอาจจะมีเด็กเก่งแบบ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ บ้างก็ได้

เอกสารอ้างอิง
บทความ การอ่าน : การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ของ หมออุดม เพชรสังหาร คู่มือการเรียนการสอนภาษาไทย “กระบวนการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาสมอง” ช่วงชั้นที่ 1 (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 ) ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาการศึกษาขั้นพื้นฐาน